ผู้เขียน หัวข้อ: เฟซบุ๊กบุกตลาดหุ้นเปิดขาย IPO  (อ่าน 127 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ บอร์ดธุรกิจ

  • Administrator
  • มหาเศรษฐี
  • *****
  • กระทู้: 46539
  • พลังน้ำใจ: 29
  • เพศ: ชาย
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ขายส่ง
    • อีเมล์
เฟซบุ๊กบุกตลาดหุ้นเปิดขาย IPO
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 02:56:30 PM »
เฟซบุ๊ก ยื่นขอเปิดขายหุ้นไอพีโอเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยเป้าหมายระดมเงินทุน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็นการเปิดขายหุ้นไอพีโอมีมูลค่าสูงที่สุดในบรรดาบริษัทอินเตอร์เน็ตนับตั้งแต่กูเกิล โดยมีการประเมินมูลค่าในตลาดสูงสุดถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเสนอขายหุ้นใหม่ หรือไอพีโอของเฟซบุ๊กว่า บริษัทหวังว่าจะระดมเงินได้มากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเริ่มเปิดขายประมาณเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ มีการประเมินกันว่ามูลค่าของบริษัท เฟซบุ๊กฯ จะอยู่ที่ประมาณ 7.5 หมื่น- 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับความต้องการ
 การยื่นเสนอขายหุ้นไอพีโอทำให้เฟซบุ๊กต้องเปิดเผยสถานะทางการเงิน ซึ่งตัวเลขที่มีการเปิดเผยออกมาในวันพุธ (1 ก.พ.) ระบุว่า บริษัททำกำไรได้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรายได้ 3,710 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2554 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2553 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 88% และกำไรเพิ่มขึ้น 65%

 ในเวลาเพียง 8 ปี เฟซบุ๊กกลายมาเป็นสถานที่นัดพบบนอินเตอร์เน็ตให้เพื่อนมาพูดคุยกัน เล่นเกม รวมถึงแชร์ภาพถ่ายและเรื่องราวต่างๆ นอกจากนี้เฟซบุ๊กยังก้าวเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือทางการตลาดและการเมืองอีกด้วย อย่างไรก็ดี สิ่งที่ยังคงเป็นคำถามคือเฟซบุ๊กจะรับมืออย่างไรกับการเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ระดับโลก ทำให้ทั้งผู้ซื้อโฆษณาและผู้ใช้งานพึงพอใจไปพร้อมๆ กับการรักษาความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและกำไรได้อย่างไรต่อไป

 การขายหุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊กทำลายสถิติมูลค่าไอพีโอสูงสุดของบริษัทด้านอินเตอร์เน็ตจากสหรัฐฯ ที่บริษัท กูเกิลฯ ทำไว้ในปี 2547 ในครั้งนั้นกูเกิลระดมทุนได้ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยมูลค่าบริษัท 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ในบรรดาบริษัทสัญชาติอเมริกัน มีเพียงวีซ่า อิงค์ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์สฯ และบริษัท เอทีแอนด์ที ไวร์เลสฯ เท่านั้นที่ระดมทุนจากการขายหุ้นใหม่ได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เฟซ บุ๊กกล่าวว่า ตั้งเป้าระดมทุน 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น คาดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้

 อย่างไรก็ดี แม้ว่าเฟซบุ๊กจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รายได้ที่บริษัทเปิดเผยออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์บางราย บริษัทวิจัย อีมาร์เก็ตเตอร์ ประเมินรายได้ของเฟซบุ๊กในปี 2554 ไว้ที่ 4,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กระนั้นการเติบโตของจำนวนผู้ใช้เฟซ บุ๊กก็อยู่ในอัตราที่น่าทึ่ง โดยเฟซบุ๊กกล่าวในเอกสารยื่นขอไอพีโอว่ามีผู้ใช้งาน 845 ล้านคนทั่วโลก เพิ่มขึ้น 39% จากเมื่อ 1 ปีก่อน

 เฟซบุ๊กเลือก "FB" เป็นสัญลักษณ์แทนบริษัทในตลาดหุ้น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือตลาดแนสแดค (NASDAQ)
 มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊กวัย 27 ปี ถือหุ้นประมาณ 28% ของบริษัท และมีอำนาจออกเสียง 57% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เฟซบุ๊กระบุในเอกสารยื่นขอไอพีโอว่า ซัคเกอร์เบิร์กจะขายหุ้นส่วนของเขาในไอพีโอและจะนำเงินที่ได้ไปจ่ายภาษี อย่างไรก็ดี คำร้องไม่ได้ระบุว่าซัคเกอร์เบิร์กตั้งใจจะขายหุ้นส่วนของเขาเท่าไหร่ ผู้ที่ใกล้ชิดกับซัคเกอร์เบิร์กกล่าวว่า เขาเคยเกรงว่าการขายหุ้นไอพีโอจะสร้างความเสียหายต่อวัฒนธรรมของบริษัท เนื่องจากเขาต้องการให้พนักงานให้ความสนใจกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่ราคาหุ้น

 ซัคเกอร์เบิร์กเริ่มเปลี่ยนความคิดเมื่อเฟซบุ๊กตระหนักในปี 2553 ว่าจะมีผู้ถือหุ้นเกิน 500 ราย ภายในสิ้นปี 2554 ซึ่งจะทำให้บริษัทถูกบังคับตามกฎหมายให้เปิดเผยสถานะการเงินต่อสาธารณะ ซีอีโอของเฟซบุ๊กจึงตัดสินใจว่า การผันตัวเองไปเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเปิดขายหุ้นไอพีโอจะมีความสมเหตุสมผลมากกว่า
 ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในอนาคต ซัคเกอร์เบิร์กกล่าวว่าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปมากกว่าสนใจการเติบโตของรายได้ "เราไม่ได้สร้างบริการขึ้นมาเพื่อทำเงิน เราหาเงินเพื่อสร้างบริการที่ดีขึ้น"

 เมื่อพิจารณาจากการเติบโตของรายได้แล้ว เฟซบุ๊กอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าบริษัทเทคโนโลยีน้องใหม่บางรายที่ยื่นขอไอพีโอเมื่อเร็วๆ นี้ กรุ๊ปปองมีรายได้เพิ่มขึ้น 695% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ขณะที่รายได้ของซิงก้าเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัวในช่วงเวลาเดียวกัน
 85% ของรายได้ในปี 2554 ของเฟซบุ๊กมาจากโฆษณา และที่เหลือมาจากโซเชียลเกมและค่าธรรมเนียมอื่นๆ จำนวนโฆษณาที่อยู่บนเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 42% ด้วยราคาเฉลี่ยต่อโฆษณาเพิ่มขึ้น 18% จากปี 2553 ขณะที่รายได้ที่เฟซบุ๊กได้จากผู้ให้บริการโซเชียลเกมบนเว็บไซต์ อาทิ ซิงก้า ในปี 2554 อยู่ที่ 557 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายสินค้าเสมือน

 

ขายส่ง | เครื่องมือแพทย์ | POS | อาณาจักรธุรกิจ | บอร์ดธุรกิจ | บอร์ดจับคู่ธุรกิจ | Gossip | บอร์ดธรรมะ |