ผู้เขียน หัวข้อ: มองอินเดียเพียงด้านเดียว... ปิดโอกาสรู้จักโลกครึ่งใบ  (อ่าน 104 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ บอร์ดธุรกิจ

  • Administrator
  • มหาเศรษฐี
  • *****
  • กระทู้: 13749
  • พลังน้ำใจ: 29
  • เพศ: ชาย
  • คุณธรรมนำธุรกิจ
    • ขายส่ง
    • อีเมล์
ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังคิด จินตนาการ และปรุงแต่งทุกอย่างเกี่ยวกับอินเดีย ผ่านบริบทซ้ำๆ อย่างที่เคยได้เห็น เคยได้ยินกันมา ถึงเรื่องถนนหนทางและความเป็นอยู่ แต่ชาติอื่นกลับสานสัมพันธ์กับอินเดียอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้นทุกที

หลายประเทศส่ง"มือดีที่สุด" ทางการทูตมาประจำอยู่ที่อินเดีย

ประเทศจีนที่ใครต่อใครว่าเป็นคู่แข่งของอินเดีย ก็ยังเข้ามาในตลาดอินเดียหรือหาโอกาสทางธุรกิจร่วมกันกับบริษัทของอินเดีย ทางการจีนให้คนจีนเรียนภาษาฮินดี ในส่วนของภาคเอกชนก็มีให้เห็นอย่างเช่น บริษัท Cipla ผู้ผลิตยาชั้นนำและมีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในอุตสาหกรรมยาของอินเดีย ได้จับมือกับบริษัท Desano Group จากประเทศจีน ร่วมกันขยายธุรกิจ จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน ทั้งจีนและอินเดียได้ร่วมกันกระตุกหนวดบริษัทยาของฝรั่งจนครองส่วนแบ่งการผลิตยาได้ถึง 80% ของยาที่ใช้กันทั่วโลก

อินเดียมีความก้าวหน้าด้านไอที วิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นตัวขับเคลื่อนความได้เปรียบในการดึงบริษัทต่างชาติให้มาร่วมมือ หรือนำบริษัทต่างชาติให้เดินตาม ในทำเนียบบุคคลที่รวยที่สุดในโลก 10 อันดับแรก มีชาวอินเดียอยู่ 2 คน ซึ่งแต่ละคนมีสินทรัพย์มากกว่าเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ราว 4 เท่าตัวเลยทีเดียว

แล้วบทบาทไทยเราในวันนี้อยู่ตำแหน่งไหนของโลก นอกจากเป็น "ผู้รับจ้าง" ผลิต ทั้งๆ ที่มีดอกเตอร์เดินชนกันให้วุ่นทั้งประเทศ

ในปีหนึ่งๆ คนไทยไปอินเดีย 5 หมื่นถึง 6 หมื่นคน และ 80% ของจำนวนนั้น ไปอินเดียเพื่อสักการะสังเวชนียสถาน ความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนาเป็นแรงบันดาลใจให้มองข้ามภาพความไม่สะดวกทั้งหลายที่มีในใจเพื่อไปกราบสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า จากนั้นก็พกความอิ่มเอิบบุญกลับประเทศไทย แต่ร่องรอยความเข้าใจในประเทศอินเดียของคนไทยอยู่เท่าเดิม เพราะขอบเขตที่ได้เห็นอินเดียยังจำกัด แต่อเมริกา ยุโรป เอเชีย หรือแม้แต่แอฟริกาเลือกที่จะใช้แว่นขยายมองอินเดียทั่วอาณาบริเวณ 3.29 ล้านตารางกิโลเมตร จากนั้นใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องเพื่อเจาะโอกาส โดยการเข้ามาสู่อินเดียของชาติต่างๆ เป็นการประสานจังหวะแบบเอกชนลุย ส่วนรัฐบาลคอยสนับสนุน กะเทาะเงื่อนไขและปลดล็อกอุปสรรค
 
บนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอินเดียที่มียอดจำหน่ายนับร้อยล้านฉบับต่อวัน แทบไม่เคยมีข่าวคราวเกี่ยวกับประเทศไทยประกาศจะทำธุรกิจอะไรในอินเดีย แต่มีข่าวอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกวัน ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทุกสัญชาติหมุนเวียนกันขึ้นมาเป็นข่าว รถที่แทบไม่เห็นวิ่งบนถนนเมืองไทยอย่าง SKODA ยังเข้าตลาดอินเดียมาตั้งแต่ปี 2544 และตั้งโรงงานผลิตที่อินเดีย ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัทที่ตั้งอยู่นอกยุโรป ไม่ต้องพูดถึงรถจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส ทั้งหมดเข้าตลาดอินเดียแบบไม่ต้องรอคำเชิญ ฐานการผลิตรถยนต์ในอินเดียกระจายไปตามรัฐต่างๆ กว่า 7 รัฐ จากทั้งหมด 28 รัฐและ 7 ดินแดนสหภาพทั่วประเทศ มีเม็ดเงินลงทุนแล้วกว่า 7 แสนล้านรูปี (ราว 15,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ยังไม่รวมอีกอย่างน้อย 160 แสนล้านรูปีจากบริษัททาทาฯ ฟอร์ด เปอโยต์ และมารุติ ซูซูกิ ซึ่งมีแผนลงทุนต่อเนื่องไปถึงปี 2557

กระชับเข้ามาใกล้ขึ้นกับเพื่อนบ้านไทยอย่างสิงคโปร์ และมาเลเซีย ต่างก็เข้ามาหาตลาดนี้อย่างจริงจัง โดยมาเลเซียเตรียมเปิดสำนักงานออกวีซ่าเพิ่มอีก 7 แห่งในอินเดีย จากเดิมที่มีอยู่ 2 แห่ง (ไทยมี 4 แห่ง) และผลักดันบริษัท PLUS Expressways Berhad (PEB) ของตนเดินหน้าลุยงานประมูลก่อสร้างในอินเดีย

ประเทศอินเดียเป็นตลาดที่ใหญ่มากเกินกว่าที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว เอกชนไทยที่มาถึงอินเดีย มีแต่รายใหญ่ๆ เท่านั้นที่กล้ามา แม้จะต้องสะบักสะบอม แต่ก็ยังสู้ เพราะรู้ว่าอินเดียกำลังโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ต้องหยั่งเท้าลงมาให้ได้ก่อน แล้วค่อยรอเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงหนึ่งทศวรรษจากนี้ ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็กของไทย อย่างมากตอนนี้ก็ทำได้แค่ขยันหาข้อมูล และมาออกงานแสดงสินค้า งานสัมมนาเพื่อหาโอกาสพบปะกับนักธุรกิจอินเดีย อันอาจจะนำไปสู่การขยายธุรกิจในภายภาคหน้า


การมุ่งเข็มทิศมาที่อินเดียคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่ประเทศไทยมีผู้มีความรู้ความสามารถมากมายประจำหน่วยงานต่างๆ ในอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นสถานทูต สถานกงสุล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทหารเรือ ทหารอากาศ  ดังนั้น เราควรใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยิ่งเอกชนตั้งคำถามมากขึ้นเท่าใด ภาครัฐ ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น นี่แหละวิธีเรียกคืนภาษีแบบไม่ต้องมีเงื่อนไขอย่างการลงทุน LTF หรือ RMF

 

ขายส่ง | ขายส่งเสื้อผ้า | เครื่องมือแพทย์ | ขายส่งกระดาษ | ขายส่งคอมพิวเตอร์ | มหานครออนไลน์ | โรงพิมพ์ | ขายส่งกระดาษสา | การตลาด | POS | ขายส่งเทปกาว | Hosting | Shipping | ขายส่งกาว | ขายส่งเครื่องสำอาง | ขายส่งกาแฟ | ขายส่งชา | อาณาจักรธุรกิจ | เสื้อผ้าแฟชั่น | Wholesale | บอร์ดธุรกิจ | บอร์ดจับคู่ธุรกิจ | Gossip | คอมพิวเตอร์ | เครื่องสำอาง | บอร์ดธรรมะ | ปฎิทิน |