จีนอาจจะลดการควบคุมเข้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้โดยอย่างเร็วที่สุดอาจเกิดขึ้นในราวกลางปี เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะทรุดตัวของตลาดที่อยู่อาศัย เนื่องจากมาตรการต่างๆ อาจช่วยเพิ่มจำนวนบ้านพักอาศัยในจีนให้ทะยานสู่ระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในรอบทศวรรษ
นาย เฉิน ลี หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดทุนในจีนของธนาคารยูบีเอส เปิดเผยว่า ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาดบ้านพักอาศัยในจีนจะกว้างที่สุดในปีนี้ โดยอุปทานหรือปริมาณบ้านพักอาศัยจะมากกว่าอุปสงค์หรือความต้องการของตลาดประมาณ 1.5 เท่า หรืออาจจะถึง 1.6 เท่า ซึ่งนั่นจะกลายเป็นหายนะสำหรับบริษัทผู้พัฒนาโครงการ "สภาพคล่องเงินสดจะเหือดหายไปจนไม่เหลือเลยภายในสิ้นปีนี้ ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถหาแหล่งสนับสนุนด้านการเงิน ไม่มีใครทนรับสถานการณ์เช่นนั้นได้แน่ๆ"
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคาบ้านพักอาศัยในจีนปรับลดลงมาเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกันแล้วหลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออกมาตอกย้ำถึงแผนการที่จะควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ เช่น การคงมาตรการกำหนดให้ผู้ซื้อบ้านพักอาศัยต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้นและเพิ่มเงื่อนไขเกี่ยวกับการจำนองบ้าน นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริษัท โซฟุน โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน ยังชี้ว่า ราคาบ้านใน 60 เมืองใหญ่ทั่วประเทศจากทั้งหมด 100 เมืองใหญ่ที่มีการสำรวจราคา กำลังปรับดิ่งลง ซึ่งในจำนวนนี้หมายรวมถึง 10 เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ อันรวมทั้งเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง
รัฐบาลจีนได้ประกาศในการประชุมวางแผนเศรษฐกิจประจำปีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า จะยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมตลาดที่พักอาศัยในปีนี้ซึ่งมีผลชะลอการซื้อขายและทำให้ราคาบ้านพักอาศัยปรับลดลงมา นอกจากนี้ ทางการนครเซี่ยงไฮ้และเมืองใหญ่อื่นๆของจีนก็ยังคงมีนโยบายควบคุมการซื้อขายที่พักอาศัยเพื่อป้องกันเก็งกำไรเช่นกัน
"ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่า รัฐบาลจะยังคงนโยบายเกี่ยวกับตลาดอสังหาฯไปเหมือนเดิมตลอดปีนี้ นั่นก็หมายความว่าภายในช่วงสิ้นปี จะมีจำนวนบ้านพักอาศัยในตลาด(ที่ยังไม่มีผู้ซื้อ)มากทำสถิติใหม่ ซึ่งอาจเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 10 ถึง 20 ปีเลยทีเดียว" นักวิเคราะห์ของธนาคารยูบีเอสกล่าว กระนั้นก็ตามเขาคาดการณ์ว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนจะยอมผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มบ้านพักอาศัย ซึ่งจะช่วยให้ราคาหุ้นของบรัทพัฒนาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
เอวา ลี นักวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ของธนาคารยูบีเอส กล่าวเสริมว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังไม่อยู่ในภาวะที่เรียกว่าฟองสบู่ เนื่องจากสัดส่วนระหว่างราคาบ้านและรายได้ของผู้บริโภคนับว่ายังอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยราคาบ้านอยู่ที่ 7.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยผู้บริโภค เทียบกับตัวเลขในสิงคโปร์และฮ่องกง ราคาบ้านสูงกว่ารายได้เฉลี่ยผู้บริโภคที่ประมาณ 12 เท่า ทั้งนี้ คาดหมายว่า การผ่อนปรนมาตรการควบคุมเข้มตลาดที่พักอาศัยจะพุ่งเป้าหมายไปที่การช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านที่แท้จริงมากกว่าผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไร หรือผู้ที่ซื้อบ้านเพื่อการลงทุน นักวิเคราะห์ของยูบีเอสคาดว่า ยอดขายบ้านพักอาศัยในจีนจะลดลงอีก 5% ในปีนี้ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และเมืองชั้นรองซึ่งปริมาณยอดขายอาจลดลงถึง 15% อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนย้ำว่าจะเดินหน้าการก่อสร้างบ้านการเคหะเพื่อผู้มีรายได้น้อย โดยปีนี้จะเริ่มการก่อสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านหลัง