ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสหารือกันเป็นครั้งแรกในปี 2555 ถึงแผนจัดการปัญหาหนี้และสร้างวินัยทางการเงิน ขณะเดียวกันได้กดดันให้กรีซและผู้ถือพันธบัตรบรรลุข้อตกลงในการลดหนี้ให้ได้ โดยเตือนว่าจะไม่จ่ายเงินช่วยเหลือให้กรีซจนกว่าจะมีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว
เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า นางอันเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ร่วมประชุมกันที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแผนการของยูโรโซนในการหาทางออกให้กับวิกฤติหนี้ที่เกิดขึ้นกับประเทศในภูมิภาค และร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อสร้างบูรณาการให้กับนโยบายทางเศรษฐกิจและงบประมาณของประเทศสมาชิกทั้ง 17 ประเทศของยูโรโซน
อย่างไรก็ดี การพูดคุยของผู้นำทั้งสองถูกบดบังด้วยความกังวลเกี่ยวกับโครงการให้เงินช่วยเหลือแก่กรีซที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงของกรีซส่งผลให้เกิดข้อกังขาว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโรที่มีการตกลงกันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหรือไม่ โดยเงินช่วยเหลือก้อนดังกล่าวตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่ากรีซจะต้องเจรจาลดหนี้กับผู้ถือพันธบัตรลงให้ได้ 50% อีกทั้งรัฐบาลกรีซจะต้องมีมาตรการลดการขาดดุลเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ทางการจำนวนมาก รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกรงว่ากรีซจะต้องได้รับการยกเว้นหนี้เพิ่มเติมจากผู้ถือพันธบัตรจึงจะสามารถลดภาระหนี้โดยรวมลงมาอยู่ในระดับที่ยั่งยืน อย่างไรก็ดี เยอรมนีและฝรั่งเศสกล่าวอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ดำเนินตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม
"เราต้องเห็นความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ จากมุมมองของเรา ข้อตกลงการเงินช่วยเหลือก้อนที่สองซึ่งรวมถึงการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะต้องเป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะจ่ายเงินงวดต่อไปให้กับกรีซ" นางแมร์เคิลกล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม
ในการพบปะกันครั้งแรกในปี 2555 ระหว่างนางแมร์เคิลและนายซาร์โกซี ทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดสนธิสัญญาที่สมาชิกยูโรโซนตกลงกันเมื่อปลายปีที่แล้วว่าจะจำกัดหนี้สาธารณะและดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกรีซ โดยจะมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อตกลงกันในรายละเอียดให้ได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้
นางแมร์เคิลกล่าวว่า สนธิสัญญามีความคืบหน้าเป็นอย่างดี "มีโอกาสสูงที่เริ่มลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับการจำกัดหนี้ได้ในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์เป็นอย่างช้าที่สุด" นางแมร์เคิลกล่าว ขณะที่นายซาร์โกซีเน้นถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานด้วย ซึ่งนางแมร์เคิลเห็นด้วยว่ายูโรโซนจำเป็นต้องมีปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการสร้างวินัยด้านงบประมาณ อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการระบุถึงแผนที่ชัดเจนว่าจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร
นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากวิจารณ์แผนการจัดระเบียบการคลังของเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยให้เหตุผลว่าแผนการดังกล่าวไม่ได้แก้ปัญหาความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจภายในยูโรโซนซึ่งนำไปสู่การสร้างหนี้ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐที่เกินตัวของประเทศอย่างกรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ นอกจากนี้ฝรั่งเศสและเยอรมนียังไม่สามารถนำเสนอแผนการที่น่าเชื่อถือในการนำพาเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง
นักเศรษฐศาสตร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่แผ่ขยายในยูโรโซนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ประเทศที่รับเงินช่วยเหลือมีความยากลำบากในการลดการขาดดุล การขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องของกรีซเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อยูโรโซนทั้งหมดอย่างประเมินมูลค่าไม่ได้
นางแมร์เคิลมีกำหนดเจรจาเกี่ยวกับการให้เงินช่วยเหลือกรีซกับนางคริสติน ลาร์การ์ด กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟในวันอังคาร (10 ม.ค.) และเป็นที่คาดหมายว่าทั้งสองจะหารือเกี่ยวกับเงินมูลค่า 2 แสนล้านยูโรที่ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในเดือนธันวาคม 2554 ตกลงมอบให้กับไอเอ็มเอฟด้วย