เทคโนโลยีเป็นธุรกิจที่มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว อย่างในปี 2554 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากของคอมพิวเตอร์แท็บเลต และดิจิตอลคอนเทนต์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมรูปแบบเดิม ตั้งแต่ร้านหนังสือ ร้านเช่าวิดีโอ หรือหนังสือพิมพ์ ฟุบไปตามๆ กันอย่างรวดเร็ว
สำหรับในปี 2555 พีท แคชมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบล็อกเทคโนโลยี Mashable ได้มองแนวโน้มทิศทางของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่จะก้าวขึ้นมาได้รับความนิยมไว้ 10 ข้อด้วยกัน โดยอาศัยเทรนด์ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2554 มาเป็นพื้นฐาน แม้เขาจะกล่าวว่าการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2555 เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นก็ตาม
1. ทัชคอมพิวติ้ง
วิธีการป้อนข้อมูลรูปแบบใหม่โดยการสัมผัส จะเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นมากในปี 2555 การเข้ามาของแท็บเลตอย่าง ไอแพด จุดประกายการวิวัฒนาการของการป้อนข้อมูลให้กับคอมพิวเตอร์ คล้ายกับการวิวัฒนาการจากการป้อนข้อมูลด้วยการพิมพ์คำสั่ง มาเป็นอินเตอร์เฟซแบบกราฟิก (Graphical User Interface: GUI) และตอนนี้ก็กำลังจะถูกแซงหน้าด้วยทัชสกรีน
สัญญาณที่เห็นชัดเจนของเทรนด์ทัชคอมพิวติ้งก็คือระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 และแมค โอเอส เอ็กซ์ ไลอ้อน (Mac OS X Lion) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ที่ยืมฟังก์ชันการทำงานหลากหลายส่วนมาจากระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์พกพา และต่อไปในอนาคตระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์โมบายก็จะมีบทบาทแทนที่ทั้งหมด แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2555 แต่ต่อไปเราจะใช้เมาส์สำหรับคอมพิวเตอร์น้อยลง
2. การแบ่งปันข้อมูลทางโซเชียลโดยอัตโนมัติ
เฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์ที่เรียกว่า "frictionless sharing" ในเดือนกันยายน 2554 ผู้ใช้แอพพลิเคชันดังกล่าวไม่จำเป็นต้องคลิกปุ่มแชร์เพื่อแชร์มีเดียต่างๆ ให้เพื่อน ไม่ว่าผู้ใช้จะฟัง อ่าน หรือดูอะไร สิ่งเหล่านั้นก็จะถูกโพสต์ขึ้นบนโพรไฟล์ส่วนตัวโดยอัตโนมัติโดยแอพพลิเคชันที่เอื้อต่อฟังก์ชันการแชร์มีเดียโดยไม่ต้องคลิก อาทิ Spotify และ Social Reader เป็นต้น
แคชมอร์กล่าวว่า เทรนด์ของการแชร์ข้อมูลอัตโนมัติเป็นทิศทางที่สมเหตุผลสำหรับโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กมีผู้ใช้บริการแล้ว 800 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้นการเติบโตจะช้าลง แต่ถ้าการแชร์ทำได้อย่างอัตโนมัติ คอนเทนต์ที่อยู่บนเฟซบุ๊กก็จะมีเพิ่มมากขึ้นในอัตราที่รวดเร็วขึ้น
3.โมบายเปย์เมนต์
ปี 2555 มีโอกาสจะเป็นปีที่การชำระเงินผ่านอุปกรณ์มือถือจะอยู่ในกระแสนิยม ปี 2554 มีนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีโมบายเปย์เมนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก อาทิ อุปกรณ์เชื่อมต่อกับไอโฟน (dongle) เพื่อรองรับการชำระเงินทางบัตรเครดิตของบริษัท สแควร์ แต่แคชมอร์มองว่าปี 2555 จะเป็นปีของเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Near Field Communication หรือ เอ็นเอฟซี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือให้กลายเป็นบัตรเครดิต
วิธีการทำงานของเอ็นเอฟซีก็ง่ายๆ เพียงยื่นโทรศัพท์ที่มีระบบดังกล่าวไว้ใกล้ๆ กับเครื่องอ่านบัตรเครดิตในร้านค้า จากนั้นเงินก็จะถูกหักออกจากแอกเคาต์ของเจ้าของโทรศัพท์ เป็นที่คาดหมายว่าภายในปี 2556 โทรศัพท์มือถือ 1 ใน 5 จากที่ใช้กันอยู่ทั้งหมดจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีเอ็นเอฟซี โดยผู้เล่นรายแรกๆ ในธุรกิจนี้ ได้แก่ กูเกิลวอลเล็ต วีซ่าวอลเล็ต และเสิร์ฟ (โดยอเมริกันเอ็กซ์เพรส) เป็นต้น
4. คู่แข่งไอแพด
ถ้าทัชคอมพิวติ้งคืออนาคต ไอแพดก็คือแชมป์อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2554 ไอแพดต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักหน่วงขึ้นจากแท็บเลตของอเมซอน "คินเดิล ไฟร์" ที่มีราคาขายเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าราคาของไอแพดรุ่นที่ถูกที่สุดถึง 300 ดอลลาร์ ไม่เพียงแต่ราคาขายที่ถูกกว่า อเมซอนยังเป็นเจ้าของคอนเทนต์สโตร์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งภาพยนตร์ อี-บุ๊ก รายการโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ ซึ่งสำหรับแท็บเลตแล้ว ฮาร์ดแวร์สำคัญในระดับหนึ่งก็จริง แต่คอนเทนต์สำหรับอุปกรณ์นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
5. ทีวีในทุกที่ (TV Everywhere)
บริษัทเคเบิลตอบโต้การเติบโตของสตรีมมิ่งคอนเทนต์ด้วยการนำเสนอบริการใหม่ โดยผู้บริโภคสามารถรับชมรายการทีวีแบบสดๆ รวมถึงภาพยนตร์และรายการทีวีแบบออนดีมานด์ ผ่านอุปกรณ์ทุกรูปแบบที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตถ้าเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี บริษัทที่ให้บริการลักษณะนี้ ได้แก่ ดิชเน็ตเวิร์ก ไทม์วอร์เนอร์ และคอมแคสต์
6. วอยซ์คอนโทรล
นวัตกรรมของ สิริ (Siri) ในไอโฟน 4เอส ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้เสียงส่งข้อความ บันทึกข้อความเตือนความจำ เสิร์ชเว็บไซต์ และกิจกรรมอื่นๆ อาจจะเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ของการควบคุมการทำงานด้วยเสียง มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ จะทำตามอย่างบ้าง นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่แอปเปิลจะพัฒนาเทคโนโลยีวอยซ์คอนโทรล เพื่อใช้แทนรีโมตโทรทัศน์
7. การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว
อีกหนึ่งวิธีการป้อนข้อมูลที่กำลังได้รับความนิยม คือ การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างอุปกรณ์เล่นวิดีโอเกม ไมโครซอฟท์ คิเน็กต์ (Kinect) มีนักพัฒนาจำนวนมากพยายามนำระบบของคิเน็กต์ไปใช้กับแพลตฟอร์มอื่น แคชมอร์เชื่อว่าในปี 2555 จะได้เห็นอุปกรณ์จำนวนมากขึ้นที่ใช้วิธีการป้อนข้อมูลในลักษณะนี้
8. ประสบการณ์หน้าจอที่สอง (Second-screen Experiences)
"Second-screen experiences" เป็นวลีฮิตในหมู่ผู้บริหารธุรกิจโทรทัศน์และภาพยนตร์ในช่วงนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงแอพพลิเคชัน (โดยมากสำหรับไอแพด) ที่ฟังเสียงออดิโอจากทีวี และนำไปแสดงเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์หรือรายการทีวีที่กำลังรับชมบนหน้าจอไอแพด ดิสนีย์มีแอพพลิเคชันลักษณะนี้สำหรับภาพยนตร์ เช่น The Lion King และ Bambi ขณะที่สถานีโทรทัศน์หลายแห่งก็บริการคล้ายๆ กัน คาดว่าในปี 2555 จะมีแอพพลิเคชัน ทำนองนี้ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก
9. หน้าจอแบบงอได้
เราอาจจะได้เห็นอินเตอร์เฟซรูปแบบใหม่ที่ผู้ใช้สามารถซูมเข้าซูมออก และเลื่อนหน้าจอโดยการบิดโทรศัพท์หรือแท็บเลต โนเกียและซัมซุงกล่าวเป็นนัยว่า อาจจะวางจำหน่ายโทรศัพท์ที่มีหน้าจอบิดงอได้ในปี 2555
10. HTML5
เวอร์ชันที่ 5 ของมาตรฐาน HTML ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชันที่เข้มข้นขึ้น และมีความสามารถในการตอบโต้มากขึ้นกว่าที่เคย นอกจากนี้ความน่าสนใจของ HTML5 ยังอยู่ที่ เมื่อนักพัฒนาสร้างแอพพลิเคชัน ขึ้นมาด้วยภาษานี้ ก็จะสามารถนำแอพพลิเคชัน ไปใช้กับแพลตฟอร์มได้หลากหลาย ไม่เหมือนในปัจจุบันที่นักพัฒนาต้องสร้างแอพพลิเคชัน เฉพาะแพลตฟอร์ม
อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ HTML5 เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ก็คือการยกเลิกโปรแกรมแฟลชสำหรับอุปกรณ์มือถือของอโดบี ซึ่งหมายความว่าระบบหลักสำหรับการรับชมวิดีโอบนมือถือจะหายไป ดังนั้น HTML5 จะเข้ามาทดแทนช่องว่างดังกล่าว ผลดีสำหรับผู้บริโภคคือสามารถใช้งานแอพพลิเคชันที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นบนอุปกรณ์ทุกชนิด