เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ส่งให้เยอรมนีอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่อาจจะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อยท่ามกลางวิกฤติหนี้ของประเทศในยูโรโซน ขณะที่ฟิทช์ เรตติ้งส์ ชี้อิตาลีเป็นภัยคุกคามรุนแรงที่สุดต่ออนาคตของยูโรโซน พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซื้อบอนด์เพิ่มเพื่อช่วยอิตาลี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวของเยอรมนีหลังจากเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาเป็นเวลา 2 ปี อาจเป็นปัจจัยให้เยอรมนีกระตุ้นเศรษฐกิจตามเสียงเรียกร้องของต่างชาติ นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า งบประมาณที่เกือบสมดุลของเยอรมนีและความสามารถในการกู้ยืมเงินด้วยต้นทุนต่ำทำให้เยอรมนีมีโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งมีน้อยประเทศในยุโรปสามารถทำได้
อย่างไรก็ดี มีความไปได้ไม่มากนักที่นางอันเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จะปรับเปลี่ยนงบประมาณประเทศจากการรัดเข็มขัดเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกเสียจากจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นถ้าวิกฤติหนี้ของประเทศในยูโรโซนที่มีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจลุกลามเกินกว่าการควบคุม
สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่กว่าความคาดหมายอาจทำให้นางแมร์เคิลโน้มน้าวนักการเมืองและผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่คัดค้านการเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับประเทศที่มีปัญหาหนี้สินให้หันมาสนับสนุนได้ยากขึ้น นอกจากนี้นางแมร์เคิลเกรงว่าเยอรมนีอาจจะต้องใส่เงินลงในกองทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษาต้นทุนกู้ยืมของอิตาลีและสเปน ป้องกันไม่ให้ประสบปัญหาในการกู้ยืมเงินจากตลาดพันธบัตร
สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีขยายตัว 3% ในปี 2554 ต่ำกว่าปีก่อนที่เติบโต 3.7% อย่างไรก็ดี จีดีพีหดตัวประมาณ 0.25% ในไตรมาสสุดท้ายของปี โดยนักเศรษฐศาสตร์ให้เหตุผลว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกชาวเยอรมัน ขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนกระทบกระเทือนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเยอรมนี
ข้อมูลจากธนาคารเบอเรนเบิร์กระบุว่า เยอรมนีส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์คิดเป็น 28% ของจีดีพี และส่งออกไปยังจีนเพียง 2.5% ของจีดีพีเท่านั้น
สำหรับในปี 2555 ธนาคารกลางเยอรมนีหรือบุนเดสแบงก์คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 0.6% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ 1% ของรัฐบาล นักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นไม่ตรงกันว่าเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะหดตัวหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะหดตัวหรือเติบโตเล็กน้อย นักเศรษฐศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่าเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าในช่วงปลายปี 2555
นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ด้วยงบประมาณที่ขาดดุลเพียง 1% ของจีดีพีเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่อื่นๆ อยู่มาก ช่วยให้เยอรมนีมีความสามารถในการดำเนินมาตรการได้หลายอย่างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ที่วิจารณ์นโยบายเน้นงบประมาณสมดุลของนางแมร์เคิลกล่าวว่า เยอรมนีจำเป็นต้องเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อหักล้างกับนโยบายรัดเข็มขัดของประเทศยุโรปใต้
นายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรประหว่างการเดินทางไปเยือนเยอรมนีในวันพุธ (11 ม.ค.) นายมอนติให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ท้องถิ่นช่วงสุดสัปดาห์ก่อนร่วมประชุมกับนางแมร์เคิลว่า รัฐบาลอิตาลีเตรียมเปิดเผยมาตรการเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังสภาพยุโรปในวันที่ 23 มกราคมนี้
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ เรตติ้งส์ ออกมาให้ความเห็นว่า อิตาลีถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตของยูโรโซน สืบเนื่องจากการไม่มีแผนการในระดับภูมิภาคที่ป้องกันไม่ให้วิกฤติหนี้สาธารณะลุกลาม ประกอบกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาลของประเทศและต้นทุนกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง นายเดวิด ไรลีย์ ประธานฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สาธารณะโลกของฟิทช์ กล่าวว่าปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้มีโอกาสสูงที่เครดิตของอิตาลีถูกปรับลดภายในปลายเดือนมกราคม
ไรลีย์กล่าวด้วยว่า อีซีบีควรเพิ่มการซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาเพื่อสนับสนุนอิตาลีและป้องกันไม่ให้ยูโรโซนล่มสลาย ซึ่งไรลีย์กล่าวว่า แม้จะไม่อยู่ในการคาดการณ์ของฟิทช์ แต่อาจเกิดขึ้นถ้าอิตาลีหาทางออกจากปัญหาหนี้ไม่ได้ ฟิทช์มีกำหนดจะสรุปผลการประเมิน 6 ประเทศยูโรโซนที่มีแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบภายในสิ้นเดือนมกราคม แต่ยืนยันว่าฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มเป็นลบ จะไม่ถูกลดอันดับเครดิตในปี 2555